ป้องกัน&สังเกตอาการสมองเสื่อม ร่วมรณรงค์เดือนอัลไซเมอร์โลก

เดือนกันยายนของทุกปีองค์กร Alzheimer s Disease International ซึ่งทำงานร่วมกับองค์กรโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมกว่า 100 ประเทศ กำหนดให้เป็นเดือนของการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม
สมองเสื่อมเป็นปัญหาใหญ่ทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 จำนวนผู้มีภาวะสมองเสื่อมทั่วโลกจะสูงถึง 78 ล้านคน !
การป้องกันมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดโอกาสเกิดโรค การพบแพทย์ตั้งแต่เร่ิมสังเกตเห็นความผิดปกติก็เช่นกัน เพราะจะช่วยชะลออาการ และลดผลกระทบต่อผู้ป่วยและภาระครอบครัวในการดูแลให้น้อยลงได้
การป้องกันมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดโอกาสเกิดโรค การพบแพทย์ตั้งแต่เร่ิมสังเกตเห็นความผิดปกติก็เช่นกัน เพราะจะช่วยชะลออาการ และลดผลกระทบต่อผู้ป่วยและภาระครอบครัวในการดูแลให้น้อยลงได้
องค์กรอนามัยโลก WHO แนะนำการใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพกายใจให้แข็งแรง และการทำกิจกรรมกระตุ้นสมอง-ความจำ เพื่อจะได้ห่างไกลสมองเสื่อม
เล่นเกม เช่น จับคู่ภาพ จับผิดภาพ ปริศนาอักษรไขว้ ทายคำ หมากฮอส หมากรุก เกมกระดาน อ่านหนังสือ ฟังเพลง เล่นดนตรี ฝึกจำภาพและสถานที่ คิดเลข ทำงานอดิเรกที่ได้ฝึกสมาธิ ฝึกใช้ทักษะใหม่ ๆ เช่น เรียนภาษา ใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
พบปะเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ร่วมกลุ่มกิจกรรมสังคม เข้าชมรมตามความสนใจ เล่นกีฬา ทำงานอาสาสมัคร โทรศัพท์พูดคุย หรือติดต่อกับผู้คนผ่านทางออนไลน์ เป็นต้น
ไม่ใช้ชีวิตนั่ง ๆ นอน ๆ ออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เข้าฟิตเนสฯลฯ และ ออกกำลังกายแบบเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น ยางยืด ดัมเบลล์ ตามกำลังและภาวะร่างกายของแต่ละคน
การดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงสมองเสื่อม ไม่ว่าจะนาน ๆ ครั้ง หรือดื่มหนักตามงานเลี้ยงฉลองก็ตาม แต่สมองสามารถฟื้นฟูขึ้นได้หากหยุดดื่ม สำหรับผู้ที่ไม่สามารถหยุดดื่มเอง โทร. สายด่วนเลิกเหล้า 1413 เพื่อรับคำปรึกษา
บุหรี่ไม่ควรแค่ลดแต่ควรเลิกสูบ เพราะทำให้ผนังหลอดเลือดหนาตัวและตีบแคบ เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หลอดเลือดทั่วร่างกายและหลอดเลือดสมองถูกทำลาย สามารถขอคำปรึกษาแพทย์เพื่อเลิกบุหรี่ หรือ โทร.สายด่วน 1600
รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ครบทั้ง 5 หมู่ ปริมาณและสัดส่วนเหมาะสม เน้นผักผลไม้หลากสี ผลไม้ไม่หวานจัด ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วและพืชตระกูลถั่ว ปลา และจำกัดปริมาณเนื้อแดง ไขมันอิ่มตัว และ ลด หวาน มัน เค็มให้เหลือแต่น้อย
ถ้ามีน้ำหนักตัวเกินแนะนำให้ลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม ค่อยเป็นค่อยไป โดยการควบคุมการรับประทานอาหาร และเพิ่มการออกกำลังกาย
โรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อหลอดเลือดไปเลี้ยงสมอง ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบแคบลง ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ควรดูแลตัวเองป้องกันการเกิดโรค หรือหากเป็นโรคแล้วควรควบคุม ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
ปัญหาการมองเห็น เช่น ต้อหิน ต้อกระจก และ หูตึง สมองจะได้รับการกระตุ้นจากประสาทสัมผัสทั้ง 2 ด้านน้อย อาจส่งผลให้เกิดภาวะสมองเสื่อม นอกจากนี้ยังทำให้สื่อสารกับคนอื่นลำบาก จึงแยกตัว ไม่ทำกิจกรรมที่เคยชอบ ไม่อยากออกนอกบ้าน และอาจมีภาวะซึมเศร้า ควรพบแพทย์ หากหูตึงแพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องช่วยฟัง
ถ้าเศร้าเป็นเวลานาน หรือมีภาวะซึมเศร้า จะส่งผลให้มีปัญหาด้านความจำ สมาธิ และความสามารถสมองลดลง หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่สมองเสื่อม แนะนำการออกกำลังกาย เข้าสังคม ระบายความรู้สึกกับคนใกล้ชิด ทำกิจกรรมที่ชอบ หรือพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา
หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาที่สมองมีโอกาสได้รับบาดเจ็บ เช่น ต่อยมวย ฟุตบอล รักบี้ ป้องกันศีรษะจากการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อก หลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงอันตราย และปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย
การอดนอนเรื้อรังทำให้ความจำแย่ลง ส่งผลต่อความคิดและอารมณ์ ควรเข้านอน 4 ทุ่มและไม่เกินเที่ยงคืน นอนให้พอเพียง วันละ 8-9 ชั่วโมง หรือจนเต็มอิ่ม จะช่วยให้มีความจำดี สมองได้กำจัดของเสียและสารพิษออกไป หากนอนไม่หลับ แนะนำให้ออกกำลังกายเป็นประจำ งดอยู่หน้าจอต่าง ๆ ใกล้เวลานอน รับแสงแดดอ่อนทุกวัน
หากนอนไม่หลับเริ่มกระทบกับการใช้ชีวิตเกิน 1 สัปดาห์ควรปรึกษาแพทย์
ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ลืมในสิ่งไม่น่าจะลืม ลืมเหตุกาณ์ นัดหมายสำคัญ ต้องให้คนอื่นเตือนเป็นประจำ ถามซ้ำบ่อย
พยายามก็ยังนึกไม่ออก ไม่เข้าใจในวัน เวลา ฤดูกาล ลืมว่ากำลังอยู่ที่ไหน เดินทางมาอย่างไร หลงทางในที่คุ้นเคย เช่น เดินเข้าบ้านผิดซอย หลงทางไปร้านประจำ
ปล่อยตัว ไม่รักษาความสะอาด ขาดการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน เช่น แปรงฟัน สระผม ตัดเล็บ ฯลฯ หรือแต่งตัวแปลก ๆ ผิดกาลเทศะ
หงุดหงิดง่าย เกรี้ยวกราดบ่อย พูดหยาบคาย เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจมารยาทสังคม อยากทำอะไรก็ทำถึงแม้ว่าจะอยู่ในที่สาธารณะ
วางโทรศัพท์มือถือไว้ในตู้เย็น วางของแล้วลืมบ่อย ลืมทั้งวัน ลืมแบบนึกไม่ออก ทำอะไรแปลก ๆ เช่น ซ่อนของ สะสมขยะ สวมเสื้อหลายชั้นทั้งที่อากาศร้อนจัด ฯลฯ
ทำอะไรนานหรือทำงานที่ต้องจดจ่อไม่ได้ มักจะทำอะไรค้างไว้แล้วไปเริ่มทำอย่างอื่นใหม่ต่อไป
มีปัญหาการพูดสื่อสาร เช่น นึกคำพูดหรือนึกชื่อส่ิงของไม่ออก อาจเรียก ขนมสีเหลืองกลม ๆ หรือเรียกผิด หรือพูดว่า “หยิบไอ้นั่นให้ที” บ่อย ๆ แทนการเรียกชื่อของ
แยกตัว ไม่สุงสิงกับใคร ไม่อยากออกนอกบ้าน ไม่อยากเจอใคร
ผิดพลาดบ่อยจนผิดสังเกต เช่น ลืมจ่ายค่าน้ำ-ไฟหรือไม่จ่าย ทำอาหารรสเพี้ยน แปลก ๆ ไปตลาดแต่ลืมว่าจะซื้ออะไร ขายของทอนเงินผิดบ่อย แยกค่าธนบัตรไม่ถูก ลืมวิธีขับรถ เป็นต้น
ไม่เข้าใจป้ายสัญลักษณ์ ป้ายจราจร กะระยะใกล้ไกลไม่ถูก เช่น อาจขับรถเหยียบเบรคบ่อย
บทความที่เกี่ยวข้อง











