มากระตุ้นสมองเสริมความจำผู้ป่วยกันเถอะ

สมองเสื่อมแล้วไม่เสื่อมเลย เราสามารถส่งเสริมความจำ ความเข้าใจ และความรอบรู้ของผู้ป่วยสมองเสื่อมในระยะแรกและระยะกลางได้ ด้วยวิธีการกระตุ้นอย่างเหมาะสม เพื่อชะลอความเสื่อมของสมอง ให้ผู้ป่วยจดจำสิ่งต่าง ๆ รักษาความสามารถในการดูแลตัวเองเท่าที่จะทำได้ไปนาน ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ดูแลเต็มเวลา
ลักษณะของกิจกรรม
ควรมีความเชื่อมโยงกับตัวผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยได้ใช้ทักษะและประสบการณ์เดิม ทำแล้วผู้ป่วยอารมณ์ดีมีความสุข รู้สึกมีคุณค่า มีความภูมิใจ อาจเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเคยทำมาในอดีต ได้ทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว และเป็นกิจกรรมที่ผู้ป่วยเลือกทำได้ตามความชอบหรือความต้องการ
ควรมีความเชื่อมโยงกับตัวผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยได้ใช้ทักษะและประสบการณ์เดิม ทำแล้วผู้ป่วยอารมณ์ดีมีความสุข รู้สึกมีคุณค่า มีความภูมิใจ อาจเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเคยทำมาในอดีต ได้ทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว และเป็นกิจกรรมที่ผู้ป่วยเลือกทำได้ตามความชอบหรือความต้องการ
มีรายงานการวิจัยกล่าวถึงการใช้กิจกรรมหลายรูปแบบร่วมกัน สามารถกระตุ้นความจำและความสามารถของสมองด้านต่าง ๆ ของผู้ป่วยสมองเสื่อมได้ มาดูกันว่าผู้ดูแลช่วยผู้ป่วยได้อย่างไรบ้าง
การออกกำลังกายช่วยดูแลสมองโดยให้เลือดไหลเวียนหล่อเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นโดรฟินหรือสารแห่งความสุขในคนทั่วไปรวมทั้งผู้ป่วยสมองเสื่อมได้อีกด้วย
เลือกการออกกำลังกายโดยพิจารณาจากตัวผู้ป่วยเป็นหลัก ผู้ป่วยอาจมีปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดหลัง ข้ออักเสบ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เวียนศีรษะ เป็นลมบ่อย หกล้มง่าย เป็นต้น อาจปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับข้อจำกัดทางร่างกายของผู้ป่วย
แนะนำ
ทำงานบ้านเบา ๆ เช่น ทำอาหาร พับผ้า เช็ดฝุ่น กวาดบ้าน ดูดฝุ่น ล้าง
รถด้วยกัน เป็นต้น
ทำสวนปลูกต้นไม้ เป็นกิจกรรมที่สามารถทำด้วยกันได้ทั้งภายในบ้านและนอกบ้าน เลือกความหนักเบาของกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม
โยนบอล เลือกลูกบอลขนาดและน้ำหนักเหมาะสำหรับผู้ป่วย อาจเล่น โยนรับ โยนลงตระกร้า หรือโยนให้ถูกขวดพลาสติกแบบโยนโบวลิง
เต้นรำ หรือฟ้อนรำ เลือกเพลงที่ผู้ป่วยคุ้นเคยเพื่อเต้นหรือรำด้วยกัน ช่วยให้ร่างกายหลายส่วนได้ออกแรงและเคลื่อนไหว
นั่งก็ออกกำลังกายได้ ผู้ดูแลอาจนำออกกำลังกาย หรือเปิดเพลงประกอบ เช่น เคาะปลายเท้าหรือก้าวเท้าตามจังหวะเพลง ยกแขนไปข้างหน้า ยกขึ้นลงตามจังหวะเพลง
เดินเล่น ภายในบริเวณรอบบ้าน ในหมู่บ้าน หรือสวนสาธารณะใกล้บ้าน
ศิลปะหลายรูปแบบช่วยกระตุ้นสมองผู้ป่วยสมองเสื่อมได้ เช่น
การวาดภาพ ช่วยให้ผู้ป่วยมีอิสระในการแสดงออกส่งเสริมจินตนาการ และช่วยการสื่อสาร เมื่ออาการสมองเสื่อมดำเนินมาถึงช่วงหนึ่ง ผู้ป่วยสื่อสารเป็นคำพูดลำบากหรือไม่สามารถพูดได้ การวาดภาพช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสแสดงความรู้สึกผ่านภาพวาด
ดนตรี การฟังเพลงหรือการร้องเพลงช่วยคลายความเครียดลดความกระวนกระวาย เฉยชา และซึมเศร้า ผู้ดูแลอาจใช้ดนตรีเพื่อปรับอารมณ์ผู้ป่วย เบี่ยงเบนความสนใจ หรือสร้างบรรยากาศผ่อนคลายก่อนนอน เพลงโปรดหรือเพลงที่ผู้ป่วยคุ้นเคยบางเพลง ช่วยดึงความทรงจำช่วงเวลาที่มีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง ผู้ดูแลอาจทำรายการเพลงโปรดของผู้ป่วยไว้ให้ผู้ป่วยเลือก เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถใช้เวลาร่วมกัน
ดูหนัง การชวนผู้ป่วยนั่งดูหนังด้วยกันเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารกับผู้ป่วย เลือกเรื่องที่ผู้ป่วยชอบ สนุกสนานเพลิดเพลิน เนื้อหาเบา ไม่ซับซ้อน ไม่กระตุ้นความรู้สึกด้านลบหรือความรุนแรง อาจเป็นสารคดีหัวข้อที่ผู้ป่วยสนใจ ดูสบายตา หรือความน่ารักของสัตว์ต่าง ๆ
อ่านหนังสือ เลือกหนังสืออ่านง่าย มีภาพประกอบสวยงาม เรื่องสั้นหรือนิยายที่ผู้ป่วยชอบ ถ้าความสามารถในการอ่านลดลงหรือไม่สนใจ ผู้ดูแลอาจลองอ่านให้ฟังเพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจ
การเล่นเกมบางประเภทมีส่วนช่วยกระตุ้นความสามารถสมองหลายด้านทั้งความจำ ความคิด การใช้เหตุผล การแก้ปัญหา และการวางแผน ฯลฯ เช่นเกมคำศัพท์ จับคู่คำเหมือน คำตรงข้าม คิดเลข จิ๊กซอว์ เกมภาพ เกมกระดาน เป็นต้น
เลือกเกมที่เหมาะกับความสนใจ ความพอใจ และความสามารถของผู้ป่วย ไม่ควรเลือกเกมยากหรือกระตุ้นผู้ป่วยให้พยายามมากเกินไป
ความทรงจำระยะสั้นของผู้ป่วยสมองเสื่อมมักจะหายไปก่อน ในขณะที่ความทรงจำระยะยาวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วยังคงอยู่ การกระตุ้นความทรงจำระยะยาวมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยจดจำตนเองและคนรอบข้าง
ผู้ดูแลอาจชวนผู้ป่วยพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีต เลือกหัวข้อที่ผู้ป่วยนึกถึงแล้วสบายใจ มีความสุข ชวนผู้ป่วยทำสมุดความจำ บันทึกประวัติตัวเองหรือเรื่องราวที่สนใจ อาจหาภาพประกอบมาติดในสมุด หรือชวนผู้ป่วยดูภาพถ่ายเก่า ๆ ซักถามบ้าง เน้นการมีส่วนร่วมการพูดคุยแบบผ่อนคลายกับคนในครอบครัว ไม่ควรกดดันให้ผู้ป่วยนึกให้ออก
การคงความสามารถของผู้ป่วยไว้ให้นานที่สุด จะช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ดูว่าผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองในปัจจุบันอย่างไร แล้วผู้ดูแลเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับการฝึกจากกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่ตื่นจนถึงเวลานอนของผู้ป่วย เช่น บอกวิธีการอาบน้ำ ชวนพับผ้าและอธิบายวิธีพับ ชวนทำอาหารพร้อมกับแนะนำวัตถุดิบและขั้นตอน ให้ทายชื่อสิ่งของในบ้าน ผู้ดูแลบอกขั้นตอนการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและติดป้ายบอกช่วยเตือนความจำ พาไปจ่ายตลาดด้วยกัน เป็นต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง