งดเหล้าเข้าพรรษา งดตลอดไปไกลสมองเสื่อม

ข่าวร้ายสำหรับคนชอบดื่ม งานวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยอออกซ์ฟอร์ด เยล เคมบริดจ์ ฮาร์วาร์ด และ อีกหลายสถาบันที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Evidence-Based Medicine ปีค.ศ. 2025 กล่าวว่า
“การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะในระดับใดก็ตาม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมได้”
“การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะในระดับใดก็ตาม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมได้”
วันเข้าพรรษาหนึ่งในวันสำคัญทางศาสนา นับเป็นหมุดหมายที่ดีในการเลิกดื่ม เริ่มต้นจาก “งดเหล้าเข้าพรรษา” ก้าวแรกก่อนไปสู่การเลิกเหล้าอย่างถาวร เพื่อคืนความแข็งแรงให้กับสุขภาพร่างกายรวมทั้งสมองของเรา
และหยุดก่อน ! หากใครคิดว่าจะดื่มให้เต็มที่ก่อนเข้าพรรษาหรือฉลองเต็มพิกัดวันออกพรรษาหลังจากอัดอั้นมานาน การดื่มหนักเพียงครั้งเดียวส่งผลร้ายทำลายสมองมากกว่าที่คิด
การ “ดื่มหนัก” ในเทศกาลหรืองานฉลองต่าง ๆ ก็ควรระวังโอกาสเสี่ยงสมองเสื่อมเช่นกัน
และหยุดก่อน ! หากใครคิดว่าจะดื่มให้เต็มที่ก่อนเข้าพรรษาหรือฉลองเต็มพิกัดวันออกพรรษาหลังจากอัดอั้นมานาน การดื่มหนักเพียงครั้งเดียวส่งผลร้ายทำลายสมองมากกว่าที่คิด
การ “ดื่มหนัก” ในเทศกาลหรืองานฉลองต่าง ๆ ก็ควรระวังโอกาสเสี่ยงสมองเสื่อมเช่นกัน
1. การดื่มในปริมาณมากเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม ทั้งสมองเสื่อมจากอัลไซเมอร์ หลอดเลือดสมอง และสมองเสื่อมสาเหตุอื่น
2. ประสิทธิภาพการทำงานของสมองหลายด้านลดลง
- การคิด
- การวางแผน
- การตัดสินใจ
- ความสามารถในการควบคุมตัวเอง
- ความจำลดลง
- อารมณ์แปรปรวน โมโหง่าย
*ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังอาจมีอาการสร้างเรื่องขึ้นมาเองโดยไม่ตรงกับความจริง
3. ทำให้เซลล์สมองฝ่อลง และความเสียหายต่อสมองบางส่วนอาจเกิดขึ้นแบบถาวร
4. การเริ่มดื่มตั้งแต่อายุยังไม่มากหรือดื่มในวัยกลางคน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสมองเสื่อมเร็วขึ้น ซึ่งปกติมักเริ่มพบในผู้ที่มีอายุ 65 ปี
5. เสี่ยงต่อการขาดวิตามินบี 1 (ไทอามีน) เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อทั้งสมองและระบบประสาท
6. แยกตัวจากสังคม ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการบำบัดรักษาการติดสุรา
*ผู้สูงอายุควรทราบ : ผู้สูงอายุที่ดื่มมากมีโอกาสฟื้นตัวหลังหยุดดื่มน้อยลง
การดื่มแอลกอฮอล์นอกจากส่งผลเสียต่อสมองแล้ว ยังทำลายสุขภาพทั่วร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
ระบบประสาท - ไทรอยด์ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน หย่อนสมรรถภาพ
*ผู้ป่วยเบาหวาน แม้ดื่มเพียงเล็กน้อยอาจลดความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหัวใจและหลอดเลือด
หัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต - โรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง ภาวะเม็ดเลือดผิดปกติ
ทางเดินอาหาร - เลือดออกในทางเดินอาหาร กรดไหลย้อน
ภูมิคุ้มกัน - ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย เนื้อเยื่อฟื้นตัวช้าทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย
ตับและตับอ่อน - ไขมันพอกตับ โรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง โรคตับอ่อนอักเสบ
ปอด - ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน โรคปอดบวม ติดเชื้อไวรัส RSV และวัณโรค
กระดูกและกล้ามเนื้อ - กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือกล้ามเนื้อลีบ กระดูกพรุน กระดูกหัก
มะเร็ง - ในช่องปาก หลอดอาหาร กล่องเสียง เต้านม ตับ ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก
สุขภาพจิต - ซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับ
อุบัติเหตุ - อาการมึนเมาเสี่ยงต่อการหกล้ม อุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท
*การที่สมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือบาดเจ็บมาก่อน มีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมเมื่อถึงวัยสูงอายุ
สมองมีโอกาสฟื้นฟูได้หากหยุดดื่ม
ส่วนจะฟื้นฟูได้ดีมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายที่เกิดกับสมอง
ดังนั้นหากต้องการอยู่ให้ห่างจากสมองเสื่อม จึงควรหลีกเลี่ยงหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่วันนี้
1. ตั้งเป้าหมาย ตั้งใจว่าจะเลิกสุราเพื่ออะไร เพื่อใคร
2. ปรับเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนแก้วให้เล็กลง ตั้งเป้าลดปริมาณการดื่มลงทีละน้อย จำกัดงบประมาณ รับประทานอาหารและดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนดื่ม และสลับดื่มกับน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์
3. หลีกเลี่ยง สถานการณ์ สถานที่ สิ่งแวดล้อมที่ทำให้ดื่มได้ง่าย ฝึกปฏิเสธอย่างสุภาพแต่มีความเด็ดขาด
4. กำหนดวันหยุดดื่ม ค่อย ๆ เพิ่มวันที่งดดื่มให้มากขึ้น
5. บอกให้ครอบครัวและเพื่อนทราบว่ากำลังลดละเลิกอย่างจริงจัง อาจได้กำลังใจและแรงสนับสนุน
6. เมื่อมีเวลาว่าง ทำกิจกรรมที่สนุกเพลิดเพลิน มีประโยชน์ ไม่เกิดโทษ เช่น ทำความสะอาด-จัดบ้าน ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง หาความรู้หรือฝึกทักษะเพิ่มเติม
7. หากพยายามแล้วไม่สามารถเลิกดื่มเอง ปรึกษาแพทย์ หรือ โทรฯ สายด่วนเลิกเหล้า 1413
ข้อควรระวัง : ผู้ที่ดื่มเป็นประจำหรือติดแอลกอฮอล์ ไม่ควรหยุดดื่มกะทันหัน เพราะอาจเกิดอันตราย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนหยุดดื่มอย่างปลอดภัย
ใครก็ตามหากเริ่มรู้สึกว่าการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การตัดสินใจไม่ดี หงุดหงิดปรี๊ดง่าย สับสน หลงลืม เมาแล้วคลุ้มคลั่ง การทำงานแย่ลง ฯลฯ
ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาให้ทันท่วงที หากอาการยังน้อยสามารถฟื้นฟูความสามารถของสมองกลับคืนมา หรือถ้าสมองได้รับความเสียหายไปมาก ก็จะได้รับการรักษาและชะลออาการให้ช้าลงได้
บทความที่เกี่ยวข้อง











