ระวังความดันสูงเสี่ยงสมองเสื่อม

ระวังความดันสูงเสี่ยงสมองเสื่อม

ระวังความดันสูงเสี่ยงสมองเสื่อม

คนไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึง 14 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ยิ่งสูงอายุก็จะยิ่งเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น

การเป็นความดันโลหิตสูงเป็นเวลานานโดยไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ  หลอดเลือดจะตีบแคบลง เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ 

มีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อม  !

ยังพบอีกว่าผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวนมาก ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตของตนเอง 

ในขณะที่ความดันโลหิตสูงได้รับฉายาว่า “ฆาตกรเงียบ” เนื่องจากเป็นโรคที่มักไม่มีอาการยังนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงต่อสุขภาพหลายประการ 

- โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต 

- โรคหัวใจขาดเลือด 

- โรคหลอดเลือดสมอง 

- โรคไตวายเรื้อรัง  

- เป็นสาเหตุของความพิการ 

- การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 

เนื่องจากเป็นโรคที่มีอันตรายและเกิดกับผู้คนเป็นจำนวนมาก สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลกจึง กำหนดให้วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันความดันโลหิตสูงโลก โดยปีนี้มีการรณรงค์ภายใต้หัวข้อ “ร่วมกันควบคุมความดันโลหิตสูง” มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้ทั่วโลกเกิดความตระหนักรู้ การป้องกัน การตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ  และการควบคุมโรค 
เราจะควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้อย่างไร 

1. วัดความดันโลหิตเป็นประจำ ควรวัดทุกวันในเวลาเดียวกัน เช่น ตอนเช้าหลังตื่น และเลือกอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำ 

*ผู้สูงอายุควรทราบค่าความดันโลหิตของตนเอง

2. ควบคุมระดับความดันโลหิต “ผู้สูงอายุ” ในเกณฑ์ปกติ 

     ตัวบน ไม่เกิน 130
     ตัวล่าง ไม่เกิน 80

3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อควบคุมความดันโลหิต

- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ปริมาณพอเหมาะ ลดอาหารหวาน มัน เค็ม  เลี่ยงการปรุงรส และน้ำจิ้ม

- ใช้ยาด้วยความระมัดระวัง ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา 

- ออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมอ 

- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

- ลดความอ้วนหากมีน้ำหนักเกิน
 
- ลดความเครียด 
 
- พักผ่อนให้พอเพียง 
ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินอยู่เพื่อควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

2. ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากการเผาผลาญภายในร่างกายผู้สูงอายุและการขับยาออกจากร่างกายเปลี่ยนแปลงไป ต่างจากตอนอายุยังน้อย  

ข้อควรระวังเมื่อใช้ยา 

1. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงไม่ควรปรับขนาดหรือหยุดยาเอง อันตรายจากการหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ อาจทำให้ความดันพุ่งสูงทันที นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจวายเฉียบพลัน  

2. ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมก่อนเสมอ ตัวอย่างเช่น  กระเทียม โสม สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ลดไขมันบางตัว อาจทำให้ความดันโลหิตลดลงมากเกินไป  

3. หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว แนะนำให้ตื่นนอนแล้วอย่าเพิ่งรีบลุกขึ้น การลุกจากเก้าอี้ก็ควรลุกขึ้นช้า ๆ  เพื่อป้องกันอาการหน้ามืดหรือหกล้ม เนื่องจากยาบางตัวทำให้ความดันตกทันที 
พูดซ้ำถามซ้ำทำเครียดทั้งวัน
หลายบ้านอาจเจอปัญหาคล้ายกันนั่นก็คือ ผู้สูงอายุพูดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ...
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสมองเสื่อม
ภาวะสมองเสื่อม หมายถึง ภาวะที่ความสามารถของสมองเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ที่สามารถทำการงานต่าง ๆ ...
บทความอื่นที่น่าสนใจ
สูงอายุแล้วเช็คร่างกายด้วยตัวเองกันหน่อย
การตรวจสุขภาพประจำปีกับทางโรงพยาบาล ...
การประเมินความหนักของการออกกำลังกาย
ออกกำลังกายต้อง “ไม่หักโหม” อยากรู้ว่าหักโหมไปหรือไม่มาทดสอบกัน
การสร้างภูมิต้านทานโรค
ผู้มีภาวะสมองเสื่อมมักจะอยู่ในวัยสูงอายุ ...
แบบประเมินความสามารถในการดูแลกิจวัตรประจำวัน
เพื่อให้รู้ว่าคน ๆ หนึ่งคนมีปัญหาการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่ ...
Caregiver Connect
 
© Geriatrics Medicine, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University. All Rights Reserved.